ให้บริการตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยในระยะเริ่มต้น การรักษา ป้องกัน ตลอดจนการฟื้นฟูสมรรถภาพโรคหัวใจและระบบหลอดเลือดอย่างครบวงจร โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วยแพทย์อายุรกรรมหัวใจ ศัลยแพทย์หัวใจ กุมารแพทย์โรคหัวใจ ร่วมด้วยทีมพยาบาลผู้ชำนาญการในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจโดยเฉพาะและบุคลากรด้านการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน ประจำตลอด 24 ชั่วโมง ร่วมด้วยเภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักกำหนดอาหาร ครบครันด้วยอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ และการใช้เทคโนโลยีรังสีวิทยาในการวินิจฉัยโรคเพื่อให้การตรวจรักษามีความแม่นยำในทุกขั้นตอน
การวินิจฉัยโรคหัวใจ

การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพาน ( EXERCISE STRESS TEST ; EST ) การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพานเป็นการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกายด้วยการเดินสายพาน

ทำไมจึงต้องตรวจ

ในภาวะปกติหรือขณะพักของผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักจะแสดงอาการผิดปกติใดๆการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ผลการตรวจก็มักจะปกติด้วย เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแต่เมื่อมีการออกกำลังกายหรือออกแรงมากกว่าภาวะปกติ กล้ามเนื้อหัวใจจะมีความต้องการเลือดไปหล่อเลี้ยงเพิ่มขึ้นด้วยบริเวณที่เส้นเลือดตีบจะไม่สามารถขยายตัวส่งเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอจึงทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดขึ้น ได้แก่ อาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติให้เห็นได้เมื่อใดที่ควรตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วย การเดินสายพาน
- มีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ
- มีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
- ต้องดูการตอบสนองของความดันโลหิตต่อการออกกำลังกาย
- ดูว่ามีจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติในขณะออกกำลังกายหรือไม่
- เพื่อบอกความรุนแรงของโรคในรายที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว
- เพื่อตรวจภายหลังการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน

การเตรียมตัวก่อนมาตรวจ

1. งดน้ำและอาหาร ชา กาแฟ อย่างน้อย 2-3 ชม.ก่อนทำการตรวจ เพื่อป้องกันอาการจุกเสียดหรือคลื่นไส้อาเจียนจากการรับประทานอาหารอิ่ม
2. สวมเสื้อสบายๆ ควรเป็นเสื้อกระดุมผ่าหน้า หรืออาจเป็นเสื้อที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้และใส่รองเท้าที่เหมาะกับการออกกำลังกาย
3. อาจต้องหยุดยาบางชนิดก่อนมาทำการทดสอบ ( กรุณาปรึกษาแพทย์ของท่านก่อน )
4. การตรวจมักใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่ควรเผื่อเวลาไว้บ้างสำหรับการเตรียมตัวและเรื่องอื่นๆ
5. งดการออกกำลังกายอื่นๆก่อนมาตรวจ

การตรวจสุขภาพโรคหัวใจ

การวินิจฉัยโรคหัวใจ

- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เป็นการวินิจฉัยโรคหัวใจเบื้องต้น ด้วยการตรวจกระแสไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อหัวใจผลิตออกมา ขณะที่หัวใจบีบตัว โดยคลื่นไฟฟ้าจะช่วยบอกจังหวะการเต้นของหัวใจ อัตราการเต้นของหัวใจ บอกขนาดห้องหัวใจ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และกล้ามเนื้อหัวใจตาย

- การตรวจสมรรถภาพหัวใจ ด้วยการออกกำลังกาย (EST) การตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีนี้จะช่วยบอกได้ว่า มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบซ่อนเร้นอยู่หรือไม่ โดยทดสอบเดินบนเครื่องออกกำลังกายให้หัวใจทำงานเต็มที่ และดูการเปลี่ยนแปลงของกราฟหัวใจเมื่อมีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นผลจากภาวะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดหัวใจตีบนั่นเอง

- การตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง (Echocardiography) ด้วยหลักการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงความถี่สูงซึ่งจะส่งผ่านผนังทรวงอกไปถึงหัวใจโดยหัวตรวจชนิดพิเศษ ช่วยในการวินิจฉัยโรค พยากรณ์โรค ตรวจหาความรุนแรง และติดตามผลการรักษาในโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคลิ้นหัวใจพิการ โรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการ โรคของเยื่อหุ้มหัวใจ

- การตรวจคลื่นหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter) เป็นการติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง ไว้กับตัว โดยที่ท่านสามารถกลับไปพักที่บ้าน หรือทำงาน ได้ตามปกติ เพื่อตรวจดูลักษณะของคลื่นหัวใจในขณะผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ หรือคลื่นหัวใจที่ผิดปกติแม้จะไม่มีอาการภายในช่วงเวลา 24-48 ชั่วโมง โดยการตรวจวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อาจจะมีปัญหาใจสั่นผิดปกติเป็นครั้งคราว หน้ามืดคล้ายจะเป็นลมอยู่เสมอ เวียนศีรษะ ใจเต้นแรงผิดปกติเป็นประจำ แต่บางครั้งขณะมาพบแพทย์อาการดังกล่าวไม่ปรากฎ

- การตรวจสวนหัวใจเพื่อวินิจฉัยโรคหัวใจ (Coronary Angiogram)
- การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด

การรักษาโรคหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด

- การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน ตลอด 24 ชั่วโมง (PCI)
- การขยายลิ้นหัวใจด้วยบอลลูน
- การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจถาวร
- การปิดผนังหัวใจหรือหลอดเลือดรั่ว

การผ่าตัดหัวใจ

- การผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจตีบ

- การผ่าตัดลิ้นหัวใจ เมื่อลิ้นหัวใจผิดปกติ หรือเสียหายมากจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ การผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนลิ้นหัวใจก็มีความจำเป็น ซึ่งอาจเป็นลิ้นหัวใจที่ทำจากพลาสติก โลหะ หรือลิ้นหัวใจที่ทำจากเนื้อเยื่อของมนุษย์เองหรือจากสัตว์ก็ได้ ลิ้นหัวใจทั้งสองชนิดมีประโยชน์และข้อบ่งชี้ในการใช้งานที่แตกต่างกันตามลักษณะของผู้ป่วย การผ่าตัดลิ้นหัวใจโดยมากใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง

- การผ่าตัดหลอดเลือดแดงโป่งพอง ผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดแดงในช่องอกโป่งพองจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเฉียบพลัน ร้าวทะลุหลัง หรือมีปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดเส้นเลือดแดงโป่งพองจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหลอดเลือดแดงด้วยหลอดเลือดแดงเทียม เพื่อป้องกันการแตกของเส้นเลือดแดงซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตกระทันหัน

- การผ่าตัดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ตรวจพบ เช่น ผนังกั้นหัวใจรั่ว โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียวจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อป้องกันสภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตถึงแม้จะไม่อาการในขณะนี้ เช่นการติดเชื้อในช่องปอด ภาวะความดันในเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงปอดสูง


แพทย์โรคหัวใจ

- อายุรแพทย์หัวใจ
- ศัลยแพทย์หัวใจ

- เครื่องวิ่งสายพานตรวจหัวใจ
- เครื่องเอคโค่คาดิโอแกรม
- เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชม.
- เครื่องฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจ
- ดิจิตอลเอ็กซเรย์
- เครื่องกระตุ้นหัวใจ
- คลื่นไฟฟ้าจี้หัวใจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณานัดหมายล่วงหน้าได้ที่

โทร. 0-2804-8959 ศูนย์หัวใจ ต่อ 8230, 8112

Inquiry / Feedback

Emergency

Phone Number

แพทย์ประจำศูนย์

ทั้งหมด

M.D. KERDPHOOM
MINAPHINANT

M.D. PATPONG
PANOMTANASAK

M.D. THAPANOP
THANASOMTHOPCHANAMON

M.D. KINGKAN
RACHATAKASAM

Other Health Articles

View All

ค้นหามะเร็งปอด ตั้งแต่เริ่มต้นด้วย CT Chest Low Dose

CT Scan แต่ละส่วน ผลตรวจบอกอะไรได้บ้าง?

ตรวจ Lipoprotein A เพื่อหาค่าไขมันชนิดหนึ่งที่ "อันตรายกว่าไขมันเลว(LDL)"

ตรวจสารโฮโมซิสเทอีน (Homocysteine)

เช็กสัญญาณ "อักเสบ" ซ่อนเร้น... ป้องกัน "โรคหัวใจ" ด้วย hs-CRP

HPV เชื้อเงียบจอมเนียน ที่รอเวลาเปลี่ยนเป็นมะเร็ง