ทำความรู้จักอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พบได้บ่อย

ทำความรู้จักอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พบได้บ่อย

25 Jul 2019

อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการวินิจฉัยช่วยให้แพทย์วัดและสังเกตผู้ป่วยทางด้านสุขภาพได้ในหลาย ๆ อย่าง ทำให้ได้การวินิจฉัย ซึ่งเมื่อวินิจฉัยได้แล้ว แพทย์ก็จะวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

อุปกรณ์ทางการแพทย์จะถูกพบได้ในห้องตรวจผู้ป่วยนอกทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ห้องฉุกเฉิน เช่นเดียวกันกับในหอผู้ป่วย และหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) โดยอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะพูดถึงต่อไปนี้อาจไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก แต่จะช่วยให้รู้จักอุปกรณ์ที่ถูกใช้บ่อย ๆ เหล่านี้โดยสังเขป

หูฟัง (Stethoscopes)

หูฟังน่าจะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่รู้จักกันดีที่สุด ซึ่งใช้ฟังเสียงหัวใจ เสียงปอด และแม้แต่เสียงการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำ

หูฟังช่วยวินิจฉัยภาวะต่าง ๆ ดังนี้

  • ปอดอักเสบติดเชื้อ
  • หลอดลมอักเสบ
  • อาการใจสั่น
  • โรคหัวใจ
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ปัญหาเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ

หูฟังยังถูกใช้ร่วมกับเครื่องวัดความดัน (sphygmomanometer) เพื่อวัดความดันโลหิตอีกด้วย

หูฟังแบบใช้ไฟฟ้า (electronic stethoscpes) พัฒนาคุณภาพของเสียงเมื่อฟังเสียงโทนต่ำของเสียงหัวใจ หรือเสียงโทนสูงของปอด โดยอาจถูกต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อบันทึกเก็บเสียงไว้ โดยเสียงที่ว่าอาจถูกส่งให้คนหลายๆคนได้ฟัง หรือส่งไปยังหูฟังอื่นที่เชื่อมต่ออยู่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการฝึกฝนของแพทย์ใช้ทุน แพทย์ประจำบ้าน และแพทย์ประจำบ้านต่อยอด

เครื่องวัดความดัน (Sphygmomanometer)

มีหลักฐานการศึกษาทางการแพทย์ที่พิสูจน์แล้วว่าการวัดความดันโลหิตเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินสุขภาพโดยรวมของคน ๆ หนึ่ง

เครื่องวัดความดันช่วยวินิจฉัยภาวะต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • เบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ
  • โรคหลอดเลือดแดงแข็ง (arterial hardening)
  • ผนังหลอดเลือดแดงแข็งตัว (arterial plaque)
  • ภาวะความดันโลหิตต่ำ

ความดันโลหิตสูงยังเกี่ยวข้องกับหลายโรค โดยมีอุปกรณ์หลายชนิดที่ใช้วัดความดันโลหิต ได้แก่

เครื่องวัดความดันโลหิตชนิดวัดด้วยมือ (manual sphygmomanometer) ซึ่งเชื่อถือได้มากที่สุด เครื่องวัดความดันชนิดใช้ปรอทไม่จำเป็นต้องทำการปรับให้เที่ยงตรงเป็นประจำ จึงใช้ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง

เครื่องวัดความดันโลหิตชนิดขดลวด (aneroid sphygmomanometer) มีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าเล็กน้อย เนื่องจากอาจเสียความเที่ยงตรงไปได้เมื่อตกกระแทก ซึ่งเกิดขึ้นได้บ่อยในการทำงาน ดังนั้นเครื่องชนิดนี้รุ่นที่มีที่หุ้มป้องกันจะช่วยลดโอกาสการเสียหายจากการตกได้ แต่เพื่อให้แน่ใจ ก็ควรตรวจสอบความเที่ยงตรงด้วย โดยเครื่องวัดความดันชนิดขดลวดจะขึ้นตัวเลขค่าความดันให้อ่านได้ และมีลูกยางที่มีลิ้นกั้นอากาศ

เครื่องวัดความดันจากนิ้วมือชนิดดิจิตัล (Digital finger blood pressure monitor) เป็นเครื่องวัดความดันที่เล็กที่สุดและพกพาง่ายที่สุด ซึ่งแม้จะใช้งานได้ง่าย แต่ความแม่นยำก็อาจน้อยกว่าหน่อย

เครื่องวัดความดันชนิดดิจิตัล (Digital sphygmomanometer) เป็นอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์เช่นเดียวกับเครื่องวัดความดันจากนิ้วมือชนิดดิจิตัล ซึ่งสามารถทำให้ปลอกแขนวัดความดันขยายใหญ่ขึ้นได้ทั้งจากการบีบมือหรือโดยอัตโนมัติ เครื่องชนิดนี้ใช้งานง่าย แต่ไม่ได้วัดความดันโลหิตออกมาโดยตรง ตัวเลขที่วัดได้หมายถึงความดันของเส้นเลือดแดง (Arterial pressure) ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของความดัน Systolic และความดัน Diastolic ซึ่งเครื่องวัดความดันชนิดนี้จะต้องมาประมวลผลอีกรอบว่าความดัน Systolic และความดัน Diastolic จะเป็นเท่าไหร่ เครื่องมือนี้จะเป็นประโยชน์ในสถานที่ที่มีเสียงดังซึ่งเครื่องมือชนิดวัดมือจะด้อยประสิทธิภาพ เนื่องจากแพทย์จะต้องคอยฟังเสียง Korotkoff sound ในการวัดความดันโลหิตแบบวัดมือ

เครื่อง Opthalmoscopes

เครื่องมือนี้ถือด้วยมือได้ และทำให้แพทย์สามารถส่องดูจอตาของผู้ป่วยได้ เครื่องมือชนิดนี้มักใช้ในการตรวจสำหรับผู้ป่วยนอก

เครื่อง Opthalmoscopes ใช้วินิจฉัยภาวะดังนี้

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย
  • จอประสาทตาลอก
  • ต้อหิน (glaucoma)

Direct ophthalmoscopes จะให้ภาพหัวตั้งที่มีกำลังขยายประมาณ 15 เท่า โดยเครื่องมือนี้จะถูกถือให้อยู่ชิดตาของผู้ป่วยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

Indirect ophthalmoscpoes จะให้ภาพหัวกลับที่มีกำลังขยาย 2-5 เท่า โดยจะอยู่ห่างจากตาของผู้ป่วย 24-30 นิ้ว และแสงที่ใช้ส่องก็แรงกว่า ทำให้ตรวจผู้ป่วยต้อกระจกได้มีประสิทธิภาพมากกว่า Direct ophthalmoscopes

เครื่องตรวจหู Otoscopes

Otoscopes เป็นอุปกรณ์ถือด้วยมือ ที่ทำให้แพทย์สามารถตรวจดูในรูหูของผู้ป่วย และตรวจดูเยื่อแก้วหูผ่านทางเลนส์ขยายได้

Otoscopes ช่วยในการวินิจฉัยภาวะดังนี้

  • การติดเชื้อของหู
  • โรคเสียงดังในหู (Tinnitus) คือมีเสียงวิ้ง ๆ ในหู
  • สาเหตุของอาการบ้านหมุนหรือเวียนศีรษะ
  • โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s disease)
  • การอักเสบของหูชั้นนอก (Swimmer’s ear)

ส่วนหัวของ Otoscope จะมีไฟส่องอยู่ ซึ่งไฟและเลนส์ขยายจะช่วยให้เห็นหูชั้นนอกและหูชั้นกลางได้ ส่วนที่แพทย์สอดเข้าไปในรูหูเรียกว่า Speculum ชนิดใช้แล้วทิ้ง ซึ่งจะอยู่ในที่เก็บในห้องตรวจ ดังนั้น Speculum อันใหม่จะถูกใช้สำหรับผู้ป่วยแต่ละคนไป

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiographs)

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นการตรวจการทำงานทางไฟฟ้าของหัวใจ ซึ่งสามารถบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจและความสม่ำเสมอได้ในระหว่างการตรวจ โดยทั้งคู่จะบ่งบอกถึงปัญหาในหัวใจได้ แพทย์สามารถอ่านผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจโดยบอกได้ว่าขนาดและตำแหน่งของห้องหัวใจเป็นอย่างไรบ้าง และการใช้งานที่สำคัญที่สุดของการตรวจนี้คือการวินิจฉัยความเสียหายที่มีต่อหัวใจ และประสิทธิผลของการรักษาด้วยยาหรือการใส่อุปกรณ์

ปรอทวัดอุณหภูมิ (Thermometer)

ปรอทวัดอุณหภูมินั้นใช้ในทุกที่และการรักษาทุกระดับ ตั้งแต่การตรวจร่างกายโดยทั่วไปจนถึงในแผนกฉุกเฉิน โดยในขณะนี้มีปรอทวัดอุณหภูมิชนิดอิเล็กทรอนิกส์ที่ลดระยะเวลาในการวัดอุณหภูมิลง โดยปรอทชนิดอิเล็กทรอนิกส์นี้สามารถใช้กับร่างกายส่วนใดก็ได้โดยเฉพาะ เช่นในปาก การหนีบรักแร้ ทางทวาร หรือในหู

 

ข้อมูลจาก.honestdocs.co

Recommended Packages

View All

3,999 THB

4,653 THB

18,500 THB

3,200 THB

Breast Augmentatio

99,500 THB

Rhinoplasty Surgery

18,000 THB
Added to cart successfully

Other Health Articles

View All