โรคมือ เท้า ปาก

โรคมือ เท้า ปาก

24 Aug 2022
  โรคมือเท้าปาก
เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส พบได้บ่อยในทารกและ
เด็กเล็กทำให้มีอาการไข้ เป็นแผลในปาก มีตุ่มน้ำใสตาม
ฝ่ามือฝ่าเท้าและลำตัว 
 
  สาเหตุของโรค
เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส ซึ่งมีมากกว่า
100 สายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคที่พบได้บ่อย
เช่น คอกซากีไวรัส เอ16 ( Coxsackievirus A16 )
และเอนเทอโรไวรัส 71 ( Enterovirus 71 ) กลุ่มเสี่ยง
ที่พบบ่อยคือ เด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่ง
มักมีอาการรุนแรงมากกว่าเด็กโตสำหรับผู้ใหญ่พบโรคนี้
ได้บ้าง
 
  การติดต่อของโรค  
สามารถติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากจมูก
ลำคอ น้ำลาย และน้ำจากตุ่มใส รวมถึงอุจจาระของผู้ป่วยที่มี
เชื้ออยู่ และสามารถติดต่อโดยอ้อมจากการสัมผัสของเล่น
พื้นผิวสัมผัสที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ อาหารหรือน้ำดื่มที่
ปนเปื้อนเชื้อ มือของผู้เลี้ยงดู โดยสถานที่ที่มักพบการระบาด
ของโรค ได้แก่ สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล สถานที่
เล่นของเด็กในห้างสรรพสินค้า และช่วงที่มักมีการระบาดของ
โรคนี้คือ ช่วงฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว โรคนี้สามารถเป็นซ้ำได้อีก
เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยที่หายจากการติดเชื้อไวรัส
สายพันธุ์หนึ่งๆ อาจไม่สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อจากไวรัส
สายพันธุ์อื่นๆ ได้ 
   
  อาการและภาวะแทรกซ้อน
อาการเริ่มต้น จะคล้ายไข้หวัด คือ มีไข้ประมาณ 2-4 วัน
และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ จากนั้นจะมีผื่นแดงอักเสบที่ลิ้น
เหงือกและกระพุ้งแก้ม ต่อมาเกิดผื่นแดงที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า
ในบางรายอาจพบที่ก้นด้วย โดยผื่นที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะกลาย
เป็นตุ่มพองใสและแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ โดยส่วนใหญ่
หากไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นอาการมักหายได้เองภายใน
7-10 วัน
โรคมือเท้าปากอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ อัมพาตกล้ามเนื้ออ่อน
ปวกเปียก หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ไปจนถึงเสียชีวิตได้
 
  โดยสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
ที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที เช่น
•   เด็กมีอาการซึมลง ไม่เล่น ไม่อยากรับประทานอาหาร
    หรือนม
•   บ่นปวดศีรษะมาก ปวดทนไม่ไหว
•   มีอาการพูดเพ้อไม่รู้เรื่อง สลับกับการซึมลง หรือเห็นภาพ
    แปลกๆ
•   ปวดต้นคอ คอแข็ง มีการรับรู้สับสน ซึมลง และอาเจียน
•   มีอาการสะดุ้งผวา ตัวสั่นๆ แขนหรือมือสั่นบ้าง
•   มีอาการไอ หายใจเร็ว ดูเหนื่อยๆ หน้าซีด มีเสมหะมาก
    โดยอาจมีหรือไม่มีไข้ร่วมด้วยก็ได้
 
  การรักษาโรคมือเท้าปาก
•  โรคมือเท้าปากยังไม่มีการรักษาโดยเฉพาะ แพทย์จะรักษา
ตามอาการของผู้ป่วย เช่น เจ็บคอมาก รับประทานอะไรไม่ได้
ผู้ป่วยดูเพลียจากการขาดอาหารและน้ำ ผู้ปกครองควรพยายาม
ป้อนน้ำ นมและอาหารอ่อน ในรายที่เป็นเด็กอ่อนควรป้อนนม
แทนการดูดจากขวด เมื่อมีไข้ให้เช็ดตัวลดไข้เป็นระยะ
•  ในรายที่เพลียมากอาจให้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล
และให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด ร่วมกับให้ยาลดไข้แก้ปวด
และ/หรือหยอดยาชาในปากเพื่อลดอาการเจ็บแผลในปาก
ร่วมกับการเฝ้าระวังสังเกตอาการของภาวะแทรกซ้อนทาง
สมองและหัวใจเป็นต้น
 
  การป้องกันโรคมือเท้าปาก
เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสที่ก่อให้
เกิดโรคมือเท้าปากเปื่อย สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลรักษา
สุขอนามัยที่ดี โดย
•   หลีกเลี่ยงการให้เด็กคลุกคลีหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย
•   รักษาอนามัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะผู้เลี้ยงดูเด็กเล็กควร
ล้างทำความสะอาดมือก่อนหยิบจับอาหาร และรับประทาน
อาหารที่สุก สะอาด ปรุงใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำ
สะอาด
•   ไม่ใช้ภาชนะในการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
โดยเฉพาะช้อน จาน ชาม แก้วน้ำ ขวดนม
•   เมื่อเช็ดน้ำมูกหรือน้ำลายให้เด็กแล้วต้องล้างมือให้สะอาด
    โดยเร็ว
•   รีบซักผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้าที่เปื้อนอุจจาระให้สะอาดโดยเร็ว
และทิ้งน้ำลงในโถส้วม ห้ามทิ้งลงท่อระบายน้ำ
•   หากเด็กมีอาการของโรคมือเท้าปากให้รีบพาเด็ก
ไปพบแพทย์ และเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคมือเท้าปาก
เปื่อยต้องให้เด็กหยุดเรียนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หรือจนกว่า
แผลจะหาย
 
ในกรณีที่มีการติดเชื้อโรคมือเท้าปากชนิดที่มีอาการ
รุนแรงโดยเฉพาะมีการเสียชีวิต เช่น เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71
สถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาลอาจจำเป็นต้องใช้
มาตรการการป้องกันที่เข้มข้นขึ้น เช่น
    - การปิดทั้งโรงเรียนเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
        ทำความสะอาดห้องเรียนและของเล่นต่างๆ
     - การคัดแยกเด็กป่วยออกตั้งแต่เดินเข้าที่หน้าประตูโรงเรียน
    - การหมั่นล้างมือ เช็ดถูทำความสะอาดห้องเรียนและ
       ของเล่นต่างๆ
 
 
 
 

Recommended Packages

View All

3,999 THB

4,653 THB

18,500 THB

3,200 THB

Breast Augmentatio

99,500 THB

Rhinoplasty Surgery

18,000 THB
Added to cart successfully

Other Health Articles

View All