นอนกรน เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่?

นอนกรน เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่?

3 ก.ค. 2569

นอนกรน เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่? สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

  • การนอนกรนไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคเสมอไป แต่การนอนกรนเสียงดัง ร่วมกับการหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ หรือมีอาการง่วงผิดปกติในเวลากลางวัน อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA)
  • ภาวะนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และอุบัติเหตุจากการง่วงนอน
  • การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ช่วยให้แพทย์ประเมินความผิดปกติและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

หลายคนคิดว่า "นอนกรนเป็นเรื่องปกติ" โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นหรือมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น แต่ในบางกรณี การนอนกรนอาจเป็นเพียงสัญญาณหนึ่งของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนระหว่างการนอนหลับ

เมื่อทางเดินหายใจตีบหรือปิดเป็นช่วง ๆ ร่างกายจะได้รับออกซิเจนลดลง สมองจึงปลุกให้ตื่นเป็นระยะเพื่อกลับมาหายใจ แม้ผู้ป่วยจำนวนมากจะไม่รู้ตัว แต่คุณภาพการนอนจะลดลง และอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า นอนกรนแบบไหนที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม และเมื่อใดที่ควรปรึกษาแพทย์


สารบัญ

  1. นอนกรนเกิดจากอะไร
  2. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร
  3. อาการที่ควรสังเกต
  4. ใครบ้างที่มีความเสี่ยง
  5. การตรวจ Sleep Test
  6. วิธีการรักษา
  7. คำถามที่พบบ่อย

นอนกรนเกิดจากอะไร?

เสียงกรนเกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน เมื่ออากาศผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบลงระหว่างการนอนหลับ

สาเหตุที่ทำให้เกิดการนอนกรน ได้แก่

  • กล้ามเนื้อคอคลายตัวขณะหลับ
  • น้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วน
  • ต่อมทอนซิลโต
  • ลิ้นไก่หรือเพดานอ่อนยาว
  • คัดจมูกจากภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบ
  • ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน
  • นอนหงาย
  • อายุที่มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจหย่อนตัวมากขึ้น

ผู้ที่นอนกรนไม่ได้เป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับทุกคน แต่หากมีอาการร่วมอื่น ๆ ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม


ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร?

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) คือ ภาวะที่ทางเดินหายใจส่วนบนตีบหรือปิดเป็นช่วง ๆ ระหว่างนอนหลับ ทำให้การหายใจลดลงหรือหยุดลงชั่วคราวหลายครั้งในหนึ่งคืน

เมื่อระดับออกซิเจนในเลือดลดลง สมองจะกระตุ้นให้ร่างกายตื่นขึ้นช่วงสั้น ๆ เพื่อกลับมาหายใจ ส่งผลให้การนอนหลับไม่มีคุณภาพ แม้ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัวว่าตื่นหลายครั้งก็ตาม


อาการที่ควรสังเกต

อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

ขณะนอนหลับ

  • นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ
  • มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ
  • สะดุ้งหรือสำลักขณะนอน
  • นอนหลับไม่สนิท
  • ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืนในบางราย

หลังตื่นนอน

  • ปวดศีรษะตอนเช้า
  • คอแห้ง
  • รู้สึกพักผ่อนไม่เพียงพอ

ระหว่างวัน

  • ง่วงนอนมากผิดปกติ
  • สมาธิลดลง
  • ความจำไม่ดี
  • อ่อนเพลีย
  • เผลอหลับระหว่างทำงานหรือขับรถ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอันตรายอย่างไร?

หากไม่ได้รับการรักษา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอาจเพิ่มความเสี่ยงของ

  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • เบาหวานชนิดที่ 2
  • อุบัติเหตุจากการง่วงนอน

นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพในการทำงาน และสุขภาพจิตในบางราย


ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่

  • น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • รอบคอใหญ่
  • ผู้ชาย (พบได้บ่อยกว่า แต่ผู้หญิงก็สามารถเป็นได้)
  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • มีคนในครอบครัวเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนนอน
  • มีความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้า ขากรรไกร หรือทางเดินหายใจ
  • คัดจมูกเรื้อรังหรือโรคภูมิแพ้

Sleep Test คืออะไร?

Sleep Test หรือ การตรวจการนอนหลับ (Polysomnography) เป็นการตรวจที่ใช้ประเมินคุณภาพการนอนหลับและค้นหาความผิดปกติ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ระหว่างการตรวจ จะมีการติดอุปกรณ์สำหรับบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น

  • คลื่นสมอง (EEG)
  • การเคลื่อนไหวของดวงตา
  • การเต้นของหัวใจ
  • ระดับออกซิเจนในเลือด
  • การหายใจ
  • การเคลื่อนไหวของทรวงอกและหน้าท้อง
  • การเคลื่อนไหวของขา
  • ระดับการนอนกรน

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยความผิดปกติของการนอนหลับและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม


Sleep Test ต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจ

1. ตรวจการนอนหลับในโรงพยาบาล (In-Lab Polysomnography)

เป็นการตรวจที่มีความละเอียดสูง โดยผู้ป่วยจะเข้าพักในห้องตรวจที่ออกแบบให้มีบรรยากาศใกล้เคียงกับห้องนอนทั่วไป และมีเจ้าหน้าที่ติดตามการตรวจตลอดคืน

เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการซับซ้อน หรือแพทย์ต้องการข้อมูลอย่างละเอียด


2. ตรวจการนอนหลับที่บ้าน (Home Sleep Apnea Test)

ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจพิจารณาให้ตรวจที่บ้านด้วยอุปกรณ์เฉพาะ ซึ่งสะดวกและใช้สำหรับประเมินภาวะหยุดหายใจขณะหลับในผู้ที่เข้าเกณฑ์

การเลือกวิธีตรวจขึ้นอยู่กับอาการ ประวัติสุขภาพ และดุลยพินิจของแพทย์


ตรวจ Sleep Test เจ็บไหม?

หลายคนกังวลว่าการตรวจจะเจ็บหรือทำให้นอนไม่หลับ

ในความเป็นจริง

  • ไม่มีการเจาะเลือด
  • ไม่มีการฉีดยา
  • ไม่มีการผ่าตัด
  • ไม่มีความเจ็บปวดจากการตรวจ

อุปกรณ์ที่ติดตามร่างกายทำหน้าที่เพียงบันทึกข้อมูลระหว่างการนอนหลับเท่านั้น


หากพบภาวะหยุดหายใจขณะหลับ รักษาอย่างไร?

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค สาเหตุ และสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย

1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงอาจได้รับคำแนะนำ เช่น

  • ลดน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน
  • งดยานอนหลับบางชนิด หากไม่มีข้อบ่งชี้
  • นอนตะแคงแทนการนอนหงาย
  • รักษาโรคภูมิแพ้หรือภาวะคัดจมูก หากเป็นสาเหตุร่วม

2. เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP)

CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) เป็นการรักษามาตรฐานสำหรับผู้ป่วยภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับปานกลางถึงรุนแรง

เครื่องจะส่งแรงดันอากาศผ่านหน้ากาก เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดตลอดการนอนหลับ ลดการหยุดหายใจและช่วยให้นอนหลับได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น


3. อุปกรณ์ในช่องปาก (Oral Appliance)

ทันตแพทย์อาจพิจารณาใช้อุปกรณ์ที่ช่วยปรับตำแหน่งขากรรไกรล่างหรือช่องทางเดินหายใจในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงหรือไม่สามารถใช้ CPAP ได้


4. การผ่าตัด

ในผู้ป่วยบางรายที่มีความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจ เช่น ต่อมทอนซิลโต หรือความผิดปกติของขากรรไกร แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดตามข้อบ่งชี้


วิธีลดอาการนอนกรนเบื้องต้น

หากอาการนอนกรนยังไม่สัมพันธ์กับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การปรับพฤติกรรมบางอย่างอาจช่วยได้ เช่น

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน
  • งดสูบบุหรี่
  • นอนตะแคง
  • รักษาอาการคัดจมูกหรือภูมิแพ้
  • นอนหลับให้เพียงพอและเป็นเวลา

อย่างไรก็ตาม หากยังนอนกรนเสียงดังหรือมีอาการร่วมอื่น ๆ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์


Checklist คุณเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่?

ลองสำรวจตนเอง

☐ นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ

☐ มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะนอน

☐ ง่วงมากในเวลากลางวัน

☐ ปวดศีรษะหลังตื่นนอน

☐ ตื่นมาไม่สดชื่น แม้นอนหลายชั่วโมง

☐ น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน

☐ ความดันโลหิตสูง

☐ รอบคอใหญ่

☐ เผลอหลับระหว่างดูทีวี ประชุม หรือขับรถ

หากมีหลายข้อ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการตรวจการนอนหลับ

เวลาให้บริการ

เปิดให้บริการทุกวัน
เวลา 08.00 – 17.00 น.


ติดต่อ

โทร 02-529-4533

แพ็กเกจแนะนำ

ทั้งหมด
เพิ่มลงตะกร้าเรียบร้อยแล้ว

บทความสุขภาพอื่นๆ

ทั้งหมด

ปวดเข่า ปวดข้อ เสื่อมหรืออักเสบ? วิธีสังเกตและแนวทางรักษา

เมื่อไรจึงควรผ่าตัด? รู้จักการรักษาด้วยการผ่าตัดสมัยใหม่

ภูมิแพ้ ไซนัส และหวัด ต่างกันอย่างไร? แยกอาการให้ถูกก่อนรักษา

สายตาพร่ามัว มองไม่ชัด เกิดจากอะไร? อาจไม่ใช่แค่สายตาสั้น

ลูกเป็นภูมิแพ้หรือหวัด? สังเกตอย่างไร

ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ทำไมบางคนลดเองแล้วไม่สำเร็จ?