ภัยร้ายไวรัส อีโบล่า
เตือนภัย ไวรัสอีโบลา
ช่วงนี้ข่าวการระบาดของเชื้ออีโบลา ทำให้หลายคนรู้สึกวิตกต่อโรคระบาดดังกล่าว ขณะที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่เรามาทำความเข้าใจว่าไวรัสอีโบลานั้นอันตรายถึงตายจริงหรือไม่ และหากอาการเข้าข่ายต้องทำอย่างไร
โรคไวรัสอีโบลา คืออะไร
โรคไวรัสอีโบลา หรือ ไข้เลือดออกอีโบลา เป็นโรคของมนุษย์ที่เกิดจากไวรัสอีโบลา เริ่มมีอาการสองวันถึงสามสัปดาห์หลังสัมผัสกับไวรัส โดยมีไข้ มีผื่น ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ จากนั้นมีคลื่นไส้ อาเจียนและท้องร่วงรวมกับการทำหน้าที่ของตับและไตลดลง เมื่อถึงจุดนี้ บางคนเริ่มมีปัญหาเลือดออก
การติดต่อและการวินิจฉัย
ประชากรบริเวณที่มีการระบาดครั้งแรกมักเป็นผู้ป่วยมีไข้เลือดออกร่วมอย่างร้ายกาจจากสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น ลิงหรือตัวค้างคาวผลไม้ เชื่อว่าตัวค้างคาวผลไม้เป็นตัวพาและแพร่โรคโดยไม่เจ็บป่วย การนำมาติดต่อกันต่อแล้วก่อโรคอาจแพร่จากบุคคลสู่คนได้ ผู้ที่รอดชีวิตอาจกลายเป็นพาหะส่งผ่านโรคได้ทางเพศสัมพันธ์
อีโบลาสามารถวินิจฉัยได้ด้วยการทดสอบทางห้องปฏิบัติการหลายชนิด เช่น การตรวจหาแอนติบอดี การทดสอบแอนติเจน หรือการแยกเชื้อไวรัสจากตัวอย่างเลือด น้ำลาย อาเจียน อุจจาระ และสารคัดหลั่งชนิดอื่นของร่างกาย
การป้องกัน
การป้องกันร่วมกับการลดการระบาดของโรคจากลิงและมนุษย์ที่ติดเชื้อสู่คน ซึ่งอาจทำได้โดยการตรวจสอบหาการติดเชื้อในสัตว์เหล่านี้ และฆ่าและจัดการกับซากอย่างเหมาะสมหากพบโรค
การปรุงเนื้อสัตว์และสวมเสื้อผ้าป้องกันอย่างเหมาะสมเมื่อจัดการกับเนื้อสัตว์อาจช่วยได้ เช่นเดียวกับสวมเสื้อผ้าป้องกันและล้างมือเมื่ออยู่ใกล้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคดังกล่าว ตัวอย่างของผู้ป่วยควรจัดการด้วยความระมัดระวังเพิ่มขึ้น
การรักษา
ไม่มีการรักษาไวรัสอย่างจำเพาะ โดยความพยายามช่วยเหลือผู้ป่วยมีการบำบัดคืนสภาพร่างกาย (Rehydration Therapy) ทางปากหรือทางหลอดเลือดดำ
โรคนี้มีอัตราตายสูง โดยอาจถึง 90% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ไวรัสและการดูแลทางการแพทย์
มีรายงานการระบาดในแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี 2557 ถึงต้นปี 2558 มีผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 11,000 คนเสียชีวิต การระบาดครั้งนี้รุนแรงในประวัติศาสตร์ และอาจมีการระบาดซ้ำได้ในอนาคต แม้ปัจจุบันความพยายามในการค้นหาวัคซีนยังคงดำเนินอยู่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ได้อย่างแพร่หลาย
แหล่งที่มา
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
http://beid.ddc.moph.go.th/media/factsheet_detail.php?id=19

