มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก

15 ม.ค. 2561

 

 

มะเร็งปากมดลูก

คุณเชื่อหรือไม่ว่า...มะเร็งปากมดลูกพบมากเป็นอันดับต้นๆ ในสตรีไทย และเป็นสาเหตุให้สตรีไทยเสียชีวิตถึง 7-9 คนต่อวัน !!!

           โดยมีสาเหตุหลายประการ แต่สาเหตุสำคัญที่สุดได้แก่ ไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคก็ได้แก่ การฉีกขาด ของช่องคลอดในกรณีของผู้หญิงที่มีบุตรหลายคน การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย การเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ การไม่รักษาสุขอนามัยบริเวณช่องคลอดหรืออวัยวะเพศของสามี การอักเสบและมีแผลที่ปากมดลูกและทิ้งไว้โดย ไม่ได้รักษา มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมถึงการสูบบุหรี่และดื่มสุราก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคได้เช่นกัน มะเร็งปากมดลูกนั้น หากไม่ถูกตรวจพบหรือรักษาแต่เนิ่นๆมะเร็งจะลามจากปากมดลูกไปยังอวัยวะเพศและ เนื้อเยื่อชั้นในรอบๆ มดลูก จากนั้นจะแพร่ลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองและกระดูกเชิงกราน ส่งผลให้ไต กระเพาะ ปัสสาวะ ตับ และปอดทำงานผิดปกติ และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด

 

สัญญาณเตือนภัย มะเร็งปากมดลูก

1.        มีเลือดออกขณะหรือภายหลังมีเพศสัมพันธ์

2.        หลังประจำเดือนหมดก็ยังมีเลือดออกอยู่

3.        มีเลือดออกเพียงกะปริดกะปรอยคล้ายประจำเดือน

4.        มีเลือดออกนานหลายวัน หรืออาจออกทั้งเดือน

5.        เลือดคล้ายประจำเดือนออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยกว่าปกติ

6.        มีตกขาวหรือตกเหลืองมาก กลิ่นเหม็นเหมือนคาวปลา

7.        ช่วงระยะที่มีตกขาวออกมาก บางครั้งอาจมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย

8.        เบื่ออาหาร ซูบซีด ผอม และอ่อนเพลีย การรักษามะเร็งปากมดลูก

 

 

แพทย์แบ่งความรุนแรงของมะเร็งปากมดลูกออกเป็นขั้นๆ ตามขนาดของมะเร็งและการแพร่กระจายของโรค นั่นคือ

ระยะที่ 1 มะเร็งอยู่ที่ปากมดลูก

ระยะที่ 2 มะเร็งจะลุกลามจากปากมดลูกไปด้านข้าง 

ระยะที่ 3 มะเร็งลุกลามไปจนถึงอุ้งเชิงกราน 

ระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย มะเร็งได้กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ อาทิ กระเพาะปัสสาวะและทวารหนัก

 

  • ซึ่งในการรักษานั้น สามารถทำได้ 3 วิธีตามความรุนแรงของโรค ได้แก่ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด การใช้รังสีรักษา คุณป้องกันมะเร็งได้ โดยการตรวจคัดกรอง Pap Test ที่ให้ผลดีที่สุด Pap smear เป็นการตรวจภายในเพื่อหาความผิดปกติของเซลล์ที่เกิดจากเชื้อมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มต้น โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือสอดใส่เข้าไปอวัยวะเพศแล้วนำตัวอย่างเซลล์จากปากมดลูกมาตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ หากพบว่าเซลล์มีความผิดปกติแพทย์จะทำการส่องกล้องตรวจปากมดลูก (Colposcopy) หรือตัดชิ้นเนื้อส่วนที่ผิดปกติจากปากมดลูกไปตรวจ (Biopsy) ThinPrep เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทางเซลล์วิทยาเช่นเดียวกับ Pap smear แต่ให้ผลการตรวจที่ละเอียดกว่าถึงร้อยละ 65 โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้คุณเข้ารับการตรวจ Thin Prep เนื่องจากสามารถตรวจหาความผิดปกติของเซลล์มะเร็งปากมดลูกได้ดีกว่าวิธีการตรวจแบบ Conventional Pap Smear สมัยก่อน ThinPrep Plus HPV Test เป็นการตรวจทางชีวโมเลกุลร่วมกับการตรวจ Pap Test เพื่อหาเชื้อไวรัส HPV โดยตรง ซึ่งการตรวจแบบนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรกได้ถึงร้อยละ 90 - 100 โดยแพทย์จะเก็บตัวอย่างเซลล์เพื่อทำการตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติ และเซลล์ที่เหลือจะนำมาใช้ตรวจ HPV โดยไม่ต้องเก็บตัวอย่างซ้ำซ้อนซึ่งจะสะดวกแก่ผู้มารับการตรวจ การตรวจแบบแปบเสมียร์ (Pap Smear Pap Test) และการตรวจแบบตินเพร็พ (Thin Prep Pap Test) 

 

แตกต่างกันอย่างไร

  • Thin Prep Pap Test เป็นทางเลือกใหม่ของการตรวจค้นหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก สามารถตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ได้ง่ายและชัดเจนขึ้น เพิ่มความถูกต้อง แม่นยำในการตรวจ และมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีเดิม(แบบ Pap Smear)ถึง 65% 

 

 

แพ็กเกจแนะนำ

ทั้งหมด
เพิ่มลงตะกร้าเรียบร้อยแล้ว

บทความสุขภาพอื่นๆ

ทั้งหมด

ผ่าตัดบายพาสหัวใจ คืออะไร? รู้จักทางเลือกการรักษาเมื่อหลอดเลือดหัวใจตีบ

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ คืออะไร? ใครบ้างที่ควรขลิบ และต้องดูแลตัวเองอย่างไร

ขลิบไร้เลือดด้วยเทคโนโลยี เจ็บน้อย แผลสวย ฟื้นตัวไวจริงหรือ?

สลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (ESWL) ทางเลือกการรักษานิ่วโดยไม่ต้องผ่าตัด

ร้อยไหมภูเขา K2 Plus คืออะไร?

โรคหลอดเลือดสมองในคนอายุน้อย (Stroke in the Young) เกิดจากอะไร? รู้ทันสาเหตุ ลดความเสี่ยงก่อนสายเกินไป