โรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้า

1 ก.ย. 2569

โรคพิษสุนัขบ้า อันตรายถึงชีวิต แต่ป้องกันได้

ถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียแผล แม้เป็นเพียงรอยเล็ก ๆ ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะโรคพิษสุนัขบ้าเมื่อเริ่มแสดงอาการแล้วแทบไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่สามารถป้องกันได้ หากล้างแผลอย่างถูกวิธีและเข้ารับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว

โรคพิษสุนัขบ้า หรือ Rabies เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบประสาทและสมอง ติดต่อผ่านน้ำลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ติดเชื้อ โรคนี้ไม่ได้พบเฉพาะในสุนัข แต่ยังพบได้ในแมว โค กระบือ ลิง ค้างคาว และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ

เมื่อผู้ติดเชื้อเริ่มแสดงอาการทางระบบประสาท โรคมักรุนแรงจนเสียชีวิต แต่การป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ หรือ Post-exposure prophylaxis: PEP สามารถป้องกันโรคได้ หากเริ่มอย่างรวดเร็วและรับการรักษาครบถ้วนตามคำแนะนำของแพทย์

โรคพิษสุนัขบ้าติดต่อได้อย่างไร?

เชื้อไวรัสอยู่ในน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ และเข้าสู่ร่างกายได้จาก

  • ถูกสัตว์กัดหรือข่วนจนผิวหนังถลอกหรือมีเลือดออก

  • ถูกสัตว์งับผิวหนัง แม้ยังไม่เห็นเลือดชัดเจน

  • สัตว์เลียบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผล

  • น้ำลายสัตว์กระเด็นเข้าตา ปาก จมูก หรือเยื่อบุต่าง ๆ

  • สัมผัสค้างคาวโดยตรง แม้มองไม่เห็นบาดแผลชัดเจน

การจับหรือให้อาหารสัตว์ รวมถึงถูกสัตว์เลียบนผิวหนังปกติที่ไม่มีบาดแผล โดยทั่วไปไม่ถือเป็นการสัมผัสเชื้อ แต่ควรล้างบริเวณที่สัมผัสให้สะอาด หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์

ระยะฟักตัวและอาการ

ระยะฟักตัวโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2–3 เดือน แต่อาจสั้นเพียงประมาณหนึ่งสัปดาห์หรือนานถึงหนึ่งปี ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของบาดแผล รวมถึงปริมาณเชื้อที่ได้รับ

อาการระยะแรกอาจคล้ายโรคทั่วไป เช่น

  • มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือเบื่ออาหาร

  • ปวด ชา คัน หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณแผลเดิม

เมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบประสาท ผู้ป่วยอาจกระสับกระส่าย สับสน เพ้อ ก้าวร้าว กลืนลำบาก กลัวน้ำ กลัวลม น้ำลายไหล ชัก เกร็ง หรือมีอาการแขนขาอ่อนแรงและเป็นอัมพาต

ดังนั้น อย่ารอให้มีอาการจึงค่อยไปโรงพยาบาล เพราะการป้องกันต้องเริ่มก่อนเชื้อเข้าสู่ระบบประสาท

ถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียแผล ต้องทำอย่างไร?

  1. ล้างแผลด้วยน้ำไหลและสบู่อย่างทั่วถึงอย่างน้อย 15 นาที เพื่อช่วยลดปริมาณเชื้อบริเวณบาดแผล

  2. ใส่น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน หากมี

  3. อย่าใส่สมุนไพร ยาฉุน หรือสารระคายเคืองลงบนแผล และไม่ควรปิดแผลแน่น

  4. ไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลทันทีในวันนั้น เพื่อให้แพทย์ประเมินการฉีดวัคซีน อิมมูโนโกลบูลิน วัคซีนบาดทะยัก และการติดเชื้อแบคทีเรีย

  5. หากเป็นสุนัขหรือแมวที่สามารถติดตามได้ ให้กักดูอาการอย่างปลอดภัยเป็นเวลา 10 วันภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ แต่ ห้ามรอดูอาการสัตว์ก่อนแล้วจึงค่อยไปพบแพทย์

จำง่าย ๆ ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคว่า

“ล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ ฉีดวัคซีนให้ครบ”

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

วัคซีนสามารถใช้ได้ทั้งก่อนและหลังสัมผัสเชื้อ ผู้ที่มีอาชีพหรือกิจกรรมเสี่ยง เช่น สัตวแพทย์ ผู้ดูแลสัตว์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ หรือผู้ที่ต้องเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงและเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ยาก อาจปรึกษาแพทย์เรื่องการฉีดวัคซีนก่อนสัมผัสเชื้อ

สำหรับผู้ที่ถูกสัตว์กัดหรือข่วน แพทย์จะกำหนดสูตรและจำนวนครั้งของวัคซีนตามลักษณะการสัมผัส ตำแหน่งบาดแผล ประวัติการรับวัคซีนเดิม และภาวะภูมิคุ้มกัน บางรายอาจต้องได้รับอิมมูโนโกลบูลินร่วมด้วย

อย่าหยุดฉีดวัคซีนเองแม้แผลจะหายแล้ว

ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน หากถูกสัตว์กัดหรือข่วนก็ยังต้องล้างแผลและไปพบแพทย์ เพื่อรับวัคซีนกระตุ้นตามข้อบ่งชี้ 

ป้องกันตนเองและครอบครัวอย่างไร?

  • พาสุนัขและแมวไปรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตามกำหนด

  • ไม่ปล่อยสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้านโดยไม่มีผู้ดูแล

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์จรจัด สัตว์ป่า หรือสัตว์ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ

  • สอนเด็กไม่ให้แหย่ เหยียบ แยกสัตว์ที่กัดกัน หยิบอาหารขณะสัตว์กำลังกิน หรือเข้าใกล้สัตว์ที่ไม่รู้จัก

  • หากพบสัตว์ต้องสงสัยหรือสัตว์ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่ควรจับซากด้วยมือเปล่า และควรแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่


Q&A คำถามที่พบบ่อย

1. โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากสุนัขเท่านั้นหรือไม่?

ไม่ใช่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดสามารถติดเชื้อได้ รวมถึงแมว โค กระบือ ลิง และค้างคาว เพียงแต่สุนัขเป็นแหล่งแพร่เชื้อสู่คนที่สำคัญในหลายพื้นที่

2. ถูกข่วนแต่ไม่มีเลือดออก ต้องฉีดวัคซีนหรือไม่?

ควรล้างบริเวณสัมผัสและไปพบแพทย์ทันที รอยข่วนหรือรอยถลอกแม้ไม่มีเลือดออกอาจต้องได้รับวัคซีน แพทย์จะประเมินจากลักษณะแผลและเหตุการณ์

3. ถูกสัตว์เลียบนผิวหนังปกติ ต้องฉีดวัคซีนไหม?

หากผิวหนังสมบูรณ์ ไม่มีแผลหรือรอยถลอก โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน ให้ล้างบริเวณที่สัมผัสให้สะอาด แต่หากน้ำลายสัมผัสแผล ตา ปาก จมูก หรือไม่แน่ใจว่ามีรอยถลอกหรือไม่ ควรพบแพทย์

4. สุนัขหรือแมวมีเจ้าของและเคยฉีดวัคซีนแล้ว ยังต้องพบแพทย์หรือไม่?

ควรไปพบแพทย์ เพราะประวัติวัคซีนของสัตว์และลักษณะแผลต้องได้รับการประเมินร่วมกัน ไม่ควรตัดสินใจงดการรักษาด้วยตนเอง

5. รอดูอาการสุนัขหรือแมว 10 วันก่อนได้ไหม?

ไม่ควรรอ ให้ล้างแผลและไปพบแพทย์ทันที การกักดูอาการสัตว์ทำควบคู่กับการประเมินและรักษาคน ไม่ใช่เหตุผลให้เลื่อนการพบแพทย์

6. แผลเล็กมากและหายแล้ว ยังต้องฉีดวัคซีนหรือไม่?

ควรให้แพทย์ประเมิน แม้แผลจะเล็กหรือหายแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง และไม่ควรหยุดวัคซีนเองเมื่อเริ่มฉีดไปแล้ว

7. เคยฉีดวัคซีนมาก่อน หากถูกกัดอีกต้องทำอย่างไร?

ล้างแผลและไปพบแพทย์เช่นเดิม พร้อมแจ้งวันและสูตรวัคซีนที่เคยได้รับ แพทย์จะพิจารณาวัคซีนกระตุ้นตามประวัติ

8. หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรรับวัคซีนหลังสัมผัสเชื้อได้หรือไม่?

ได้เมื่อมีข้อบ่งชี้ การตั้งครรภ์และให้นมบุตรไม่ใช่เหตุผลให้ชะลอการป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับการตั้งครรภ์และยาที่ใช้อยู่ทุกครั้ง

9. ฉีดวัคซีนไม่ตรงวันนัดหรือพลาดนัด ควรทำอย่างไร?

ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่รับวัคซีนโดยเร็วที่สุด ไม่ควรเริ่มใหม่ หยุดเอง หรือเลื่อนวันฉีดต่อไปโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์

10. โรคพิษสุนัขบ้ารักษาให้หายได้หรือไม่?

เมื่อเริ่มแสดงอาการทางระบบประสาทแล้ว โรคแทบไม่สามารถรักษาให้หายและมีอัตราเสียชีวิตสูงมาก หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การล้างแผลและรับการป้องกันหลังสัมผัสเชื้อก่อนมีอาการ

สรุป

โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคร้ายแรง แต่ป้องกันได้ อย่าประเมินความเสี่ยงจากขนาดของแผลหรือความคุ้นเคยกับสัตว์ หากถูกกัด ข่วน หรือเลียบริเวณที่มีแผล ให้รีบล้างด้วยน้ำไหลและสบู่อย่างน้อย 15 นาที ใส่น้ำยาฆ่าเชื้อ และไปโรงพยาบาลทันทีในวันนั้น

หากมีความเสี่ยงหรือไม่แน่ใจ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ที่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย
โทร. 053-731391

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน

เบอร์โทรศัพท์

053-731391

แพ็กเกจแนะนำ

ทั้งหมด

โปรแกรมอัลตร้าซาวด์

2,630 บาท

แพ็กเกจคุมกำเนิด

1,200 บาท

Home care ดูแลถึงบ้าน

600 บาท
เพิ่มลงตะกร้าเรียบร้อยแล้ว

บทความสุขภาพอื่นๆ

ทั้งหมด

โรคภูมิแพ้ รู้ทัน ป้องกันได้ ดูแลอย่างถูกวิธี

โรคหัวใจและหลอดเลือด