ขูดหินปูนทุก 6 เดือน สำคัญกว่าที่หลายคนคิด

ขูดหินปูนทุก 6 เดือน สำคัญกว่าที่หลายคนคิด

3 ก.ค. 2569

ขูดหินปูนทุก 6 เดือน สำคัญกว่าที่หลายคนคิด

  • หินปูนไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว
  • การขูดหินปูนช่วยลดความเสี่ยงของโรคเหงือก กลิ่นปาก และการสูญเสียฟัน
  • ความถี่ในการขูดหินปูนขึ้นอยู่กับสุขภาพช่องปากของแต่ละบุคคล โดยหลายคนอาจได้รับคำแนะนำให้ตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนทุก 6 เดือน

หลายคนคิดว่า "แปรงฟันสะอาดทุกวันก็ไม่จำเป็นต้องขูดหินปูน" แต่ความจริงแล้ว แม้จะแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ ก็ยังอาจมีคราบจุลินทรีย์สะสมในบริเวณที่แปรงหรือใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง เมื่อเวลาผ่านไป คราบเหล่านี้สามารถแข็งตัวกลายเป็น หินปูน (Dental Calculus) ซึ่งไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการแปรงฟันเอง

หินปูนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบของเหงือก กลิ่นปาก ฟันโยก และโรคปริทันต์ หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากในระยะยาว

บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า ทำไมการขูดหินปูนจึงมีความสำคัญ และควรทำบ่อยแค่ไหน


สารบัญ

  1. หินปูนคืออะไร
  2. หินปูนเกิดขึ้นได้อย่างไร
  3. ทำไมต้องขูดหินปูน
  4. ควรขูดหินปูนทุก 6 เดือนจริงหรือไม่
  5. ขั้นตอนการขูดหินปูน
  6. การดูแลหลังขูดหินปูน
  7. คำถามที่พบบ่อย

หินปูนคืออะไร?

หินปูน คือ คราบจุลินทรีย์ที่สะสมบนผิวฟันและแข็งตัวจากแร่ธาตุในน้ำลาย เมื่อก่อตัวแล้วจะยึดติดกับผิวฟันและบริเวณขอบเหงือกอย่างแน่น ทำให้ไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยการแปรงฟันหรือบ้วนปากเพียงอย่างเดียว

หินปูนมักสะสมในบริเวณที่ทำความสะอาดได้ยาก เช่น

  • ด้านในของฟันหน้าล่าง
  • ด้านนอกของฟันกรามบน
  • บริเวณซอกฟัน
  • ขอบเหงือก

หินปูนเกิดขึ้นได้อย่างไร?

หลังรับประทานอาหาร จะมีคราบจุลินทรีย์ (Plaque) เกาะอยู่บนผิวฟัน หากทำความสะอาดไม่ทั่วถึง คราบนี้จะสะสมและค่อย ๆ แข็งตัวจากแร่ธาตุในน้ำลาย กลายเป็นหินปูนภายในระยะเวลาหนึ่ง

เมื่อหินปูนสะสมมากขึ้น จะเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ส่งผลให้เหงือกเกิดการอักเสบและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคในช่องปาก


ทำไมต้องขูดหินปูน?

1. ลดความเสี่ยงโรคเหงือก

หินปูนเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียที่อาจทำให้เหงือกอักเสบ มีเลือดออกขณะแปรงฟัน และหากปล่อยไว้อาจลุกลามเป็นโรคปริทันต์


2. ลดกลิ่นปาก

กลิ่นปากอาจเกิดจากแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในคราบจุลินทรีย์และหินปูน การขูดหินปูนร่วมกับการดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสมสามารถช่วยลดสาเหตุของกลิ่นปากได้


3. ช่วยให้เหงือกแข็งแรง

เมื่อกำจัดหินปูนออก เหงือกจะมีโอกาสฟื้นตัวจากการอักเสบ และกลับมายึดเกาะกับฟันได้ดีขึ้น หากยังไม่มีโรคปริทันต์รุนแรง


4. ลดความเสี่ยงการสูญเสียฟัน

โรคปริทันต์เป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียฟันในผู้ใหญ่ การตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าว


5. ช่วยให้ตรวจพบปัญหาช่องปากได้เร็ว

การพบทันตแพทย์เป็นประจำเปิดโอกาสให้ตรวจพบปัญหา เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือความผิดปกติในช่องปากตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมักรักษาได้ง่ายกว่า


ควรขูดหินปูนทุก 6 เดือนจริงหรือไม่?

สำหรับคนทั่วไป ทันตแพทย์มักแนะนำให้ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุก 6 เดือน และอาจขูดหินปูนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

อย่างไรก็ตาม ความถี่ในการขูดหินปูนอาจแตกต่างกัน เช่น

  • ผู้ที่มีหินปูนสะสมน้อยและสุขภาพเหงือกดี อาจได้รับคำแนะนำให้เว้นระยะตามดุลยพินิจของทันตแพทย์
  • ผู้ที่มีโรคเหงือก สูบบุหรี่ จัดฟัน หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น อาจจำเป็นต้องรับการดูแลบ่อยกว่าทุก 6 เดือน

ดังนั้น คำแนะนำที่เหมาะสมที่สุดควรพิจารณาจากการตรวจโดยทันตแพทย์เป็นรายบุคคล

ขั้นตอนการขูดหินปูนเป็นอย่างไร?

หลายคนกังวลว่าการขูดหินปูนจะเจ็บหรือใช้เวลานาน แต่ในความเป็นจริง ขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่นาน และทันตแพทย์จะประเมินสุขภาพช่องปากก่อนเริ่มการรักษา

โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้

1. ตรวจสุขภาพช่องปาก

ทันตแพทย์จะตรวจฟัน เหงือก และเนื้อเยื่อในช่องปาก เพื่อประเมินปริมาณหินปูน การอักเสบของเหงือก และค้นหาปัญหาอื่น ๆ เช่น ฟันผุ ฟันแตก หรือโรคปริทันต์


2. ขจัดคราบหินปูน

ทันตแพทย์หรือทันตาภิบาลจะใช้เครื่องมือเฉพาะในการกำจัดหินปูนที่เกาะอยู่บนผิวฟันและบริเวณขอบเหงือก โดยเลือกวิธีให้เหมาะกับสภาพช่องปากของแต่ละคน


3. ขัดผิวฟัน

หลังขจัดหินปูน อาจมีการขัดผิวฟันเพื่อลดคราบสีที่เกาะบนผิวฟันและช่วยให้ผิวฟันเรียบขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดการเกาะของคราบจุลินทรีย์ได้ในช่วงแรก


4. ให้คำแนะนำในการดูแลช่องปาก

หลังการรักษา ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน การเลือกอุปกรณ์ทำความสะอาดช่องปาก และกำหนดนัดตรวจสุขภาพครั้งถัดไปตามความเหมาะสม


ขูดหินปูนเจ็บไหม?

ความรู้สึกระหว่างการขูดหินปูนแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ปริมาณหินปูนที่สะสม
  • ระดับการอักเสบของเหงือก
  • ความไวของฟัน
  • โรคเหงือกหรือโรคปริทันต์ที่มีอยู่

ผู้ที่มีหินปูนน้อยและเหงือกแข็งแรงมักรู้สึกเพียงแรงสั่นหรือเสียวฟันเล็กน้อย

ในผู้ที่มีหินปูนสะสมมากหรือเหงือกอักเสบ อาจรู้สึกไม่สบายระหว่างทำหัตถการมากขึ้น หากกังวลเรื่องความเจ็บปวด ควรแจ้งทันตแพทย์ก่อนเริ่มการรักษา เพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม


หลังขูดหินปูนควรดูแลอย่างไร?

หลังการขูดหินปูน อาจมีอาการเสียวฟันหรือเหงือกไวต่อการสัมผัสเล็กน้อย ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน

คำแนะนำในการดูแลตนเอง ได้แก่

  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยแปรงขนนุ่ม
  • ใช้ไหมขัดฟันหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟันเป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนหรือเย็นจัด หากมีอาการเสียวฟัน
  • งดสูบบุหรี่ เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพเหงือก
  • มาพบทันตแพทย์ตามนัด

ใครบ้างที่ควรใส่ใจเรื่องการขูดหินปูนเป็นพิเศษ?

แม้ว่าทุกคนควรตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ แต่กลุ่มต่อไปนี้อาจมีความเสี่ยงต่อการสะสมของหินปูนและโรคเหงือกมากขึ้น

  • ผู้ที่สูบบุหรี่
  • ผู้ที่จัดฟัน
  • ผู้ที่มีโรคเบาหวาน
  • ผู้ที่มีโรคเหงือกหรือโรคปริทันต์
  • ผู้ที่มีปากแห้งจากโรคหรือการใช้ยา
  • ผู้ที่มีคราบหินปูนสะสมง่าย

การติดตามกับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล


หากไม่ขูดหินปูน จะเกิดอะไรขึ้น?

เมื่อปล่อยให้หินปูนสะสมต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น

  • เหงือกอักเสบ
  • เลือดออกตามไรฟัน
  • กลิ่นปาก
  • ร่องเหงือกลึกขึ้น
  • โรคปริทันต์
  • ฟันโยก
  • การสูญเสียฟันในระยะยาว

การขูดหินปูนร่วมกับการดูแลช่องปากอย่างเหมาะสม จึงเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันโรคในช่องปาก ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงามของฟันเท่านั้น


วิธีลดการเกิดหินปูน

แม้จะไม่สามารถป้องกันการเกิดหินปูนได้ทั้งหมด แต่สามารถลดการสะสมได้ด้วยการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ

✅ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

✅ ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์

✅ ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน

✅ ลดการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลบ่อยครั้ง

✅ งดสูบบุหรี่

✅ ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ


Checklist สุขภาพช่องปาก

ลองเช็กตัวเองว่าคุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่

☐ มีเลือดออกเวลาแปรงฟัน

☐ มีกลิ่นปากเรื้อรัง

☐ เหงือกบวมแดง

☐ ไม่เคยขูดหินปูนเกิน 1 ปี

☐ มีคราบเหลืองหรือน้ำตาลเกาะบริเวณคอฟัน

☐ รู้สึกเสียวฟันผิดปกติ

หากมีหลายข้อ ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์ เพื่อประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม


เวลาให้บริการ

เปิดให้บริการทุกวัน
เวลา 08.00 – 18.00 น.


ติดต่อ

02-529-4533 ต่อ 1601

 

 

แพ็กเกจแนะนำ

ทั้งหมด
เพิ่มลงตะกร้าเรียบร้อยแล้ว

บทความสุขภาพอื่นๆ

ทั้งหมด

ปวดเข่า ปวดข้อ เสื่อมหรืออักเสบ? วิธีสังเกตและแนวทางรักษา

เมื่อไรจึงควรผ่าตัด? รู้จักการรักษาด้วยการผ่าตัดสมัยใหม่

ภูมิแพ้ ไซนัส และหวัด ต่างกันอย่างไร? แยกอาการให้ถูกก่อนรักษา

สายตาพร่ามัว มองไม่ชัด เกิดจากอะไร? อาจไม่ใช่แค่สายตาสั้น

ลูกเป็นภูมิแพ้หรือหวัด? สังเกตอย่างไร

นอนกรน เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่?