ขูดหินปูนทุก 6 เดือน สำคัญกว่าที่หลายคนคิด
ขูดหินปูนทุก 6 เดือน สำคัญกว่าที่หลายคนคิด
- หินปูนไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว
- การขูดหินปูนช่วยลดความเสี่ยงของโรคเหงือก กลิ่นปาก และการสูญเสียฟัน
- ความถี่ในการขูดหินปูนขึ้นอยู่กับสุขภาพช่องปากของแต่ละบุคคล โดยหลายคนอาจได้รับคำแนะนำให้ตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนทุก 6 เดือน
หลายคนคิดว่า "แปรงฟันสะอาดทุกวันก็ไม่จำเป็นต้องขูดหินปูน" แต่ความจริงแล้ว แม้จะแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ ก็ยังอาจมีคราบจุลินทรีย์สะสมในบริเวณที่แปรงหรือใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง เมื่อเวลาผ่านไป คราบเหล่านี้สามารถแข็งตัวกลายเป็น หินปูน (Dental Calculus) ซึ่งไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการแปรงฟันเอง
หินปูนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบของเหงือก กลิ่นปาก ฟันโยก และโรคปริทันต์ หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากในระยะยาว
บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า ทำไมการขูดหินปูนจึงมีความสำคัญ และควรทำบ่อยแค่ไหน
สารบัญ
- หินปูนคืออะไร
- หินปูนเกิดขึ้นได้อย่างไร
- ทำไมต้องขูดหินปูน
- ควรขูดหินปูนทุก 6 เดือนจริงหรือไม่
- ขั้นตอนการขูดหินปูน
- การดูแลหลังขูดหินปูน
- คำถามที่พบบ่อย
หินปูนคืออะไร?
หินปูน คือ คราบจุลินทรีย์ที่สะสมบนผิวฟันและแข็งตัวจากแร่ธาตุในน้ำลาย เมื่อก่อตัวแล้วจะยึดติดกับผิวฟันและบริเวณขอบเหงือกอย่างแน่น ทำให้ไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยการแปรงฟันหรือบ้วนปากเพียงอย่างเดียว
หินปูนมักสะสมในบริเวณที่ทำความสะอาดได้ยาก เช่น
- ด้านในของฟันหน้าล่าง
- ด้านนอกของฟันกรามบน
- บริเวณซอกฟัน
- ขอบเหงือก
หินปูนเกิดขึ้นได้อย่างไร?
หลังรับประทานอาหาร จะมีคราบจุลินทรีย์ (Plaque) เกาะอยู่บนผิวฟัน หากทำความสะอาดไม่ทั่วถึง คราบนี้จะสะสมและค่อย ๆ แข็งตัวจากแร่ธาตุในน้ำลาย กลายเป็นหินปูนภายในระยะเวลาหนึ่ง
เมื่อหินปูนสะสมมากขึ้น จะเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ส่งผลให้เหงือกเกิดการอักเสบและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคในช่องปาก
ทำไมต้องขูดหินปูน?
1. ลดความเสี่ยงโรคเหงือก
หินปูนเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียที่อาจทำให้เหงือกอักเสบ มีเลือดออกขณะแปรงฟัน และหากปล่อยไว้อาจลุกลามเป็นโรคปริทันต์
2. ลดกลิ่นปาก
กลิ่นปากอาจเกิดจากแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในคราบจุลินทรีย์และหินปูน การขูดหินปูนร่วมกับการดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสมสามารถช่วยลดสาเหตุของกลิ่นปากได้
3. ช่วยให้เหงือกแข็งแรง
เมื่อกำจัดหินปูนออก เหงือกจะมีโอกาสฟื้นตัวจากการอักเสบ และกลับมายึดเกาะกับฟันได้ดีขึ้น หากยังไม่มีโรคปริทันต์รุนแรง
4. ลดความเสี่ยงการสูญเสียฟัน
โรคปริทันต์เป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียฟันในผู้ใหญ่ การตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าว
5. ช่วยให้ตรวจพบปัญหาช่องปากได้เร็ว
การพบทันตแพทย์เป็นประจำเปิดโอกาสให้ตรวจพบปัญหา เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือความผิดปกติในช่องปากตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมักรักษาได้ง่ายกว่า
ควรขูดหินปูนทุก 6 เดือนจริงหรือไม่?
สำหรับคนทั่วไป ทันตแพทย์มักแนะนำให้ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุก 6 เดือน และอาจขูดหินปูนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
อย่างไรก็ตาม ความถี่ในการขูดหินปูนอาจแตกต่างกัน เช่น
- ผู้ที่มีหินปูนสะสมน้อยและสุขภาพเหงือกดี อาจได้รับคำแนะนำให้เว้นระยะตามดุลยพินิจของทันตแพทย์
- ผู้ที่มีโรคเหงือก สูบบุหรี่ จัดฟัน หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น อาจจำเป็นต้องรับการดูแลบ่อยกว่าทุก 6 เดือน
ดังนั้น คำแนะนำที่เหมาะสมที่สุดควรพิจารณาจากการตรวจโดยทันตแพทย์เป็นรายบุคคล
ขั้นตอนการขูดหินปูนเป็นอย่างไร?
หลายคนกังวลว่าการขูดหินปูนจะเจ็บหรือใช้เวลานาน แต่ในความเป็นจริง ขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่นาน และทันตแพทย์จะประเมินสุขภาพช่องปากก่อนเริ่มการรักษา
โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้
1. ตรวจสุขภาพช่องปาก
ทันตแพทย์จะตรวจฟัน เหงือก และเนื้อเยื่อในช่องปาก เพื่อประเมินปริมาณหินปูน การอักเสบของเหงือก และค้นหาปัญหาอื่น ๆ เช่น ฟันผุ ฟันแตก หรือโรคปริทันต์
2. ขจัดคราบหินปูน
ทันตแพทย์หรือทันตาภิบาลจะใช้เครื่องมือเฉพาะในการกำจัดหินปูนที่เกาะอยู่บนผิวฟันและบริเวณขอบเหงือก โดยเลือกวิธีให้เหมาะกับสภาพช่องปากของแต่ละคน
3. ขัดผิวฟัน
หลังขจัดหินปูน อาจมีการขัดผิวฟันเพื่อลดคราบสีที่เกาะบนผิวฟันและช่วยให้ผิวฟันเรียบขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดการเกาะของคราบจุลินทรีย์ได้ในช่วงแรก
4. ให้คำแนะนำในการดูแลช่องปาก
หลังการรักษา ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน การเลือกอุปกรณ์ทำความสะอาดช่องปาก และกำหนดนัดตรวจสุขภาพครั้งถัดไปตามความเหมาะสม
ขูดหินปูนเจ็บไหม?
ความรู้สึกระหว่างการขูดหินปูนแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ปริมาณหินปูนที่สะสม
- ระดับการอักเสบของเหงือก
- ความไวของฟัน
- โรคเหงือกหรือโรคปริทันต์ที่มีอยู่
ผู้ที่มีหินปูนน้อยและเหงือกแข็งแรงมักรู้สึกเพียงแรงสั่นหรือเสียวฟันเล็กน้อย
ในผู้ที่มีหินปูนสะสมมากหรือเหงือกอักเสบ อาจรู้สึกไม่สบายระหว่างทำหัตถการมากขึ้น หากกังวลเรื่องความเจ็บปวด ควรแจ้งทันตแพทย์ก่อนเริ่มการรักษา เพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม
หลังขูดหินปูนควรดูแลอย่างไร?
หลังการขูดหินปูน อาจมีอาการเสียวฟันหรือเหงือกไวต่อการสัมผัสเล็กน้อย ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
คำแนะนำในการดูแลตนเอง ได้แก่
- แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยแปรงขนนุ่ม
- ใช้ไหมขัดฟันหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟันเป็นประจำ
- หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนหรือเย็นจัด หากมีอาการเสียวฟัน
- งดสูบบุหรี่ เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพเหงือก
- มาพบทันตแพทย์ตามนัด
ใครบ้างที่ควรใส่ใจเรื่องการขูดหินปูนเป็นพิเศษ?
แม้ว่าทุกคนควรตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ แต่กลุ่มต่อไปนี้อาจมีความเสี่ยงต่อการสะสมของหินปูนและโรคเหงือกมากขึ้น
- ผู้ที่สูบบุหรี่
- ผู้ที่จัดฟัน
- ผู้ที่มีโรคเบาหวาน
- ผู้ที่มีโรคเหงือกหรือโรคปริทันต์
- ผู้ที่มีปากแห้งจากโรคหรือการใช้ยา
- ผู้ที่มีคราบหินปูนสะสมง่าย
การติดตามกับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
หากไม่ขูดหินปูน จะเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อปล่อยให้หินปูนสะสมต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น
- เหงือกอักเสบ
- เลือดออกตามไรฟัน
- กลิ่นปาก
- ร่องเหงือกลึกขึ้น
- โรคปริทันต์
- ฟันโยก
- การสูญเสียฟันในระยะยาว
การขูดหินปูนร่วมกับการดูแลช่องปากอย่างเหมาะสม จึงเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันโรคในช่องปาก ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงามของฟันเท่านั้น
วิธีลดการเกิดหินปูน
แม้จะไม่สามารถป้องกันการเกิดหินปูนได้ทั้งหมด แต่สามารถลดการสะสมได้ด้วยการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ
✅ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
✅ ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
✅ ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
✅ ลดการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลบ่อยครั้ง
✅ งดสูบบุหรี่
✅ ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ
Checklist สุขภาพช่องปาก
ลองเช็กตัวเองว่าคุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่
☐ มีเลือดออกเวลาแปรงฟัน
☐ มีกลิ่นปากเรื้อรัง
☐ เหงือกบวมแดง
☐ ไม่เคยขูดหินปูนเกิน 1 ปี
☐ มีคราบเหลืองหรือน้ำตาลเกาะบริเวณคอฟัน
☐ รู้สึกเสียวฟันผิดปกติ
หากมีหลายข้อ ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์ เพื่อประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
เวลาให้บริการ
เปิดให้บริการทุกวัน
เวลา 08.00 – 18.00 น.
ติดต่อ
02-529-4533 ต่อ 1601


